สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในไทยจากมุมมองที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ได้การศึกษาเกี่ยวกับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวใหม่ในครึ่งปีแรก 2561 ก็เพื่อให้ทราบว่าตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมามีการเปิดตัวโครงการใหม่เกิดขึ้นทั้งหมดมีจำนวนเท่าไร ระดับราคาขายของโครงการต่างๆ ว่าสูงหรือต่ำเพียงใด และมีอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนเท่าไร และเกิดขึ้นบริเวณใดบ้างที่ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และบริเวณใดที่ไม่มีการเปิดขายใหม่เลย ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ศึกษารวมถึงสถานการณ์ขายในทำเลต่างๆ ประเภทสินค้า และระดับราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ได้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการลงทุนโครงการใหม่หรือเฟสใหม่ต่อไป ซึ่งโดยภาพรวมภาวะเศรษฐกิจไทยเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2561 ขยายตัวร้อยละ 4.8 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 4.0 ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2561 ขยายตัวจากไตรมาสที่สี่ของปี 2560 ร้อยละ 2.0 และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.2–4.7 (ค่ากลางการประมาณการร้อยละ 4.5)

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์มีความเห็นการเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีแรกจำนวน 191 โครงการ (ที่อยู่อาศัย 189 โครงการ และ อสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ 2 โครงการ โดยการพัฒนาส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ชั้นใน ชั้นกลางและพื้นที่รอบนอก ที่มีแหล่งงานหรือแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัย เป็นสำคัญ ซึ่งการพัฒนาหลักยังเป็นการพัฒนาอาคารชุดและพัฒนาโดยผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นสำคัญ โดยภาพรวมครึ่งปีแรกมีโครงการใหม่ลดลง 13 โครงการ (-6%) มีจำนวนหน่วยเปิดใหม่รวม 45,942 หน่วย ลดลง 8,366 หน่วย (15%) มีมูลค่าโครงการ 187,258 ล้านบาท ลด 2,739 ล้านบาท (1%) เมื่อเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรก 2560 และเมื่อนำผลครึ่งแรกของปีมาประมาณการทั้งปี จะพบว่า คาดการณ์ปี 2561 จะมีโครงการเปิดใหม่ 383 โครงการ รวม 100,921 หน่วย ในมูลค่ารวม 410,403 ล้านบาท และแต่ละโครงการจะมีขนาด 264 หน่วย เมื่อเทียบกับปี 2560 ทั้งปี ปรากฏว่าปี 2560 มีเปิดตัวใหม่ 410 โครงการ รวม 114,477 หน่วย รวมมูลค่า 441,661 หรือเฉลี่ยหน่วยละ 3.858 ล้านบาท ทั้งนี้แต่ละโครงการมีจำนวน 279 หน่วย เมื่อเทียบกันแล้ว ก็ปรากฏว่า จำนวนโครงการทั้งปี 2560 จะลดลงกว่าปีก่อน -7% จำนวนหน่วยจะลดลง -12% และมูลค่าจะลดลง -7% และขนาดโครงการก็จะลดลง -6%

การเปลี่ยนแปลงราคาบ้านที่กำลังขายอยู่นี้ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และห้องชุด ซึ่งเมื่อปลายปี 2558ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์เห็นว่ายังมีกิจกรรมการขายอยู่ และมาถึงกลางปี 2561 ก็ยังมีสินค้าเดิมคงเหลือขายอยู่ (ที่ขายหมดไปแล้วก่อนเดือนมิถุนายน 2561 หรือที่ “เจ๊ง” ไปก่อนเดือนดังกล่าว ไม่นำมาเปรียบเทียบด้วย) ภาพรวมก็คือ ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์เห็นว่าราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้น 0.50% ซึ่งแสดงว่าราคาที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงในทางบวกเพิ่มขึ้นจากรอบก่อนหน้าที่มีการปรับลดลง -0.23% (ราคาปรับเพิ่มมากกว่ารอบที่ผ่านมา 0.73%) การที่เป็นเช่นนี้แสดงว่า ราคาที่อยู่อาศัยก็ยังมีทิศทางการปรับตัวเพิ่มขึ้น ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์เห็นว่าสาเหตุของการปรับราคาบ้านเพิ่มก็เนื่องมาจากการลงทุนของผู้ประกอบการที่มีต้นทุนการลงทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนราคาที่ดิน รวมถึง ปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ราคาค่าจ้างแรงงาน จึงส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการรายใหญ่การจะพยายามหาวิธีที่จะลดต้นทุนแรงงาน โดยการใช้ระบบเทคโนโลยีการผลิตผนังสำเร็จรูปเข้ามาใช้แทนให้มากขึ้น

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงราคาตลาดที่อยู่อาศัย ดังนี้

จากตารางข้างต้น ในรายละเอียดจะที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์พบว่าราคาที่อยู่อาศัยเมื่อ 6 เดือนก่อน ราคาขายเฉลี่ยที่ประมาณ 3.847 ล้านบาท และในการสำรวจปัจจุบัน ราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยที่ 3.866 ล้านบาท ซึ่งแสดงว่า ราคาที่อยู่อาศัยโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.50% โดยประเภทที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ ทาวน์เฮ้าส์0.88% และประเภทที่มีการปรับราคาลดลง คือ อาคารพาณิชย์ -0.77% ในส่วนของที่อยู่อาศัยที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นน้อยสุดในรอบนี้ คือ อาคารชุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.38% (ปรับเพิ่มน้อยกว่าประเภทอื่) ซึ่งที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์เห็นว่าในรอบนี้ที่อยู่อาศัยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นแทบจะทุกประเภทบ้าน (ยกเว้นอาคารพาณิชย์) แต่มีการปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นตามภาวะตลาด เศรษฐกิจ และความต้องการซื้อของผู้บริโภค และต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการเป็นสำคัญ ส่วนที่ดินจัดสรรไม่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาหากพิจารณาราคาที่อยู่อาศัยหลักส่วนใหญ่ทุกประเภทมีการปรับราคาเพิ่มจาก 6 เดือนก่อน โดยทาวน์เฮ้าส์ ปรับเพิ่มมากที่สุด 0.88% บ้านเดี่ยว และบ้านแฝด 0.54% ในอัตราเท่ากัน อาคารชุด 0.38% และอาคารพาณิชย์ ปรับตัวลดลง -0.77% เหตุผลของการปรับเพิ่มราคาบ้านส่วนใหญ่ในตลาดก็เนื่องมาจากปรับขึ้นตามต้นทุนการผลิต รวมถึงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนในโครงการเมกกะโปรเจคต์ทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากรอบก่อน 0.50% โดยปรับเพิ่มมากกว่ารอบก่อน 0.73% (รอบสิ้นปี 2560 ปรับลด -0.23%) สามารถแจกแจงการเพิ่มราคารายกลุ่ม ซึ่งกลุ่มที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด คือ ทาวน์เฮ้าส์ ปรับเพิ่ม 0.88% ปรับเพิ่มจากรอบก่อน 0.78% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการปรับเพิ่มขึ้นของราคาบ้านในรอบนี้เป็นการเพิ่มในอัตราที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันต่างชาติหันมาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น การเติบโตของธุรกิจท่องเทียวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยว (โดยเฉพาะชาวจีน) และมีการนำนวัตกรรมจากต่างประเทศมาพัฒนาที่อยู่อาศัยในเมืองไทยมากขึ้น จึงอาจทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น

บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์

หลายๆ คนที่กำลังอยากลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ต่างต้องหาความรู้กันอย่างดีก่อนถึงจะเริ่มลงทุนยิ่งถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์โครงการใหญ่ๆ ยิ่งต้องคัดเลือกและหาข้อมูลไว้มากๆก่อน ดังนั้นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับผู้ที่อยากได้ข้อมูลก่อนการลงทุนคือ บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่จะสามารถให้ข้อมูลกับคุณเกี่ยวกับโครงการต่างๆได้ เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ในโครงการและได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Consulting) คือ องค์กรที่สามารถเสนอแนวทางการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยแนะนำเจ้าของที่ดิน ผู้พัฒนาโครงการ นักลงทุน บริษัทและองค์กรมหาชน ถึงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การศึกษาตลาด และผลตอบแทนจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดที่เป็นเมืองตากอากาศขนาดใหญ่ รวมถึงการให้คำแนะนำระหว่างการก่อสร้างและตลอดระยะเวลาของการพัฒนา

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ดีควรมีลักษณะดังนี้

1.สามารถให้คำปรึกษาที่ดีได้

หากคุณจะซื้อหรือจะขายอสังหาริมทรัพย์ตัวแทนหรือนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้ ต้องจัดเตรียมเอกสารแทน บริการช่วยดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ บริการประสานงานกับสถาบันการเงินในการให้คำปรึกษาและจัดหาแหล่งเงินกู้ บริการประสานงานด้านเอกสารทางกฎหมาย และบริการประสานงานกับหน่วยราชการต่าง ๆ เช่น กรมที่ดิน เป็นต้น และที่สำคัญต้องทำให้คุณบรรลุวัตถุประสงค์ไม่ว่าจะซื้อหรือขาย

2.ต้องเป็นผู้กว้างขวาง รู้จักทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมากมาย

การมีผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ในมือจำนวนมากจะทำให้การซื้อ/ขาย อสังหาริมทรัพย์ได้เปรียบ การทำงานจะได้รวดเร็ว ประสบความสำเร็จในเวลาอันไม่นาน

ในปัจจุบันมีบริษัท ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการลงทุนอยู่ดังนี้

  1. RE/MAX GreenWay

RE/MAX GreenWayคือแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ ที่มีคนจดจำมากที่สุดอันดับหนึ่ง และมีเครือข่าย คุณภาพ มีนายหน้าทั้งหมด 100,000คน และสำนักงานมากกว่า6,300 แห่ง กว่า 95 ประเทศทั่วโลก รีแมกเป็นผู้นำด้านการบริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์อสังหาฯ ทั่วโลก พร้อมกับประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 40 ปีโดยมีเป้าหมายธุรกิจดังนี้

-เพื่อสร้าง และพัฒนาตัวแทนให้เป็นคนเก่งและคนดี ทำประโยชน์ให้กับลูกค้า บริษัท และประเทศชาติ

-เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและมีคุณค่าในทุกขั้นตอนของกระบวนการซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ ให้แก่ทุกคน

  1. ACUTE REALTY

ACUTE REALTY เป็นหนึ่งใน บริษัท ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในประเทศไทยตั้งแต่ปีพ. ศ. 2543 บริษัท Acute Realty เป็นผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์การขายและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์การให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัท และนักลงทุนผ่านทาง www.AcuteRealty.com และ www.ThaiApartment.com เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ

บริษัท Acute Realty กำลังให้บริการลูกค้า 3 แห่งครอบคลุมกรุงเทพฯและหัวหินนอกจากนี้ Acute Realty ยังตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยการให้บริการ “One Stop Service” จากพนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ให้บริการข้อมูลและบริการที่เชื่อถือได้

นอกเหนือจากการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์แล้ว Acute Realty ยังมีที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ช่วยลูกค้าของเราในปัญหาอสังหาริมทรัพย์ เราให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าเกี่ยวกับวิธีการขายซื้อเช่าและลงทุนในคุณสมบัติรวมถึงกระบวนการเอกสารทางกฎหมายด้านการเงินและด้านอื่น ๆ

3.บริษัท กรุงเทพซิตี้สมาร์ท จำกัด

บริษัท กรุงเทพซิตี้สมาร์ท จำกัด ดำเนินธุรกิจตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ และมีที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ให้บริการเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนแบบครบวงจร ทั้งการแนะนำเรื่องซื้อ-เช่า และรับฝากขาย-ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้กับลูกค้า รวมไปถึงนักลงทุนที่สนใจ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานมากกว่า 10 ปี ด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงระดับมืออาชีพ ที่นี่ทุ่มเทคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ โดยเฉพาะในพื้นที่ใจกลางธุรกิจ (CBD) ตามแนวสถานีรถไฟฟ้า BTS, MRT และแอร์พอร์ต เรลลิงก์ จนมีมูลค่ารวมมากกว่า 20,000 ล้านบาท

4.บลิสแอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด

บลิสแอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นบริษัทผู้นำด้านการตลาดออนไลน์ อันดับหนึ่ง ในธุรกิจตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ และให้บริการแบบครบวงจร อย่างมืออาชีพ บลิสแอสเสท เป็นบริษัทชั้นนำ ในธุรกิจตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทย โดยนายจิรัฎฐ์บวรพัฒนพิมุกต์ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจ

ตั้งแต่ปี 2551 และเข้ามาจดทะเบียนบริษัทปี 2555 เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับองค์กร บริษัทบริการทางด้านตัวแทนขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ทุกประเภทร่วมถึงเป็นที่ปรึกษาทาง ด้านอสังหาริมทรัพย์ สำหรับบุคคล องค์กรและนักลงทุนทั่วไป ผ่านทางเว็บไซด์ ของบริษัท เช่น www.blissasset.com , www.reaphouse.com และ www.btsproperty.com เพื่อใช้รองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง และที่นี่ยังเป็นเจ้าของ Domain Name ที่มีการค้นหามากที่สุดผ่านทาง Google เช่น www.คอนโดให้เช่า.com , www.รวมบ้านให้เช่า.com และเรายังไม่หยุดที่จะพัฒนาต่อไปเพื่อเป็นผู้นำในด้านการตลาดออนไลน์มากที่สุดในประเทศ

5.CHIC REPUBLIC PROPERTY

CHIC REPUBLIC PROPERTY เกิดขึ้นจากรวมตัวทีมผู้บริหารแนวคิดใหม่ ที่เล็งเห็นการเติบโตในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาคพื้นเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ประเทศไทย” ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศอันดับต้นๆของโลก ที่คนทั่วโลกต้องการที่จะเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ เพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กรุงเทพมหานคร” และเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด ยังมีอัตราการเจริญเติบโตทางด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

CHIC REPUBLIC PROPERTY จึงได้เกิดขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน โดยผู้บริหารและทีมงาน ที่มีประสบการณ์ทำงานด้านตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์และมีประสบการณ์ด้านสถาบันการเงินและสินเชื่อ โดยมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญการทำงานในพื้นที่ การทำงานแบบมืออาชีพ และการให้บริการที่ดีเยี่ยม

จากบริษัทข้างต้นยังเป็นเพียงตัวอย่าง แต่ยังมีบริษัทที่ทำงานด้านที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่น่าเชื่อถืออีกหลายแห่ง หากผู้ที่สนใจลงทุนจริงๆสามารถติดต่อเข้าไปเพื่อขอข้อมูลและสอบถามถึงรายละเอียดเพิ่มเติมได้