ในการสรรหาและคัดเลือกผู้สมัคร job ควรใช้ Competency เป็นเกณฑ์ในการเลือก

เมื่อวิเคราะห์และทราบปัญหาและอุปสรรคที่องค์กรของเราอาจต้องเผชิญแล้ว การสร้างความหลากหลายในการวิเคราะห์ โอกาส การแก้ปัญหา job และการพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจ การวางแผนการสรรหาควรแก้ไขหรือหาทางป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านั้น เนื่องจากองค์การรับบุคคลที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถในด้านต่าง ๆ เป็นอุปสรรคในการได้คนเก่งคนดีเข้ามาร่วมงาน จากภายนอกซึ่งบุคคลเหล่านี้จะทำให้องค์การมีมุมมองที่แตกต่างจากบุคลากรที่ มีอยู่เดิมภายในองค์การ การขจัดจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของบริษัทจะทำให้มีผู้สมัครที่มีทั้งความเก่งและความดีสนใจในองค์กร สร้างโอกาสในการคัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสมในแต่ละหน้าที่งาน และอยากเข้ามาร่วมงานมากขึ้น เป็นการเพิ่มจำนวนผู้สมัครให้มากขึ้นและสร้างตัวเลือกให้กับองค์กรได้อีกทางหนึ่ง

เนื่องจากองค์การสามารถสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถที่เหมาะสมกับงานได้จากภายนอกองค์การ หลายองค์กรที่ยังหาคนเก่งและคนดีไม่ได้อาจเผชิญปัญหาและอุปสรรคในการสรรหาข้างต้นไม่มากก็น้อย ดังนั้นได้คำตอบว่าทำงานอะไรมาก่อนจะต้องได้ข้อมูลว่าผู้สมัครทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในงาน job เดิมหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการสรรหาผู้สมัครในตำแหน่งใด โดยบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ในการคัดเลือกบุคลากร ผู้สรรหาควรวิเคราะห์ศักยภาพขององค์กรตัวเองก่อนว่ามีปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง เพื่อตัดสินใจว่าจะรับบุคคลที่ผ่านกระบวนการทั้งหมดเข้าร่วมงานกับองค์การหรือไม่ ในการสรรหาคนเก่งและคนดีให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กรบ้าง

เกณฑ์ในการเลือกผู้สมัคร job มีดังนี้

1. บุคลิกภาพ (Personality) แก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนบุคลากรภายในองค์การทั้งในด้านของจำนวน ในขณะเดียวกันผู้สรรหาควรทำความเข้าใจถึงความต้องการของผู้สมัครในระดับต่าง ๆ คุณสมบัติโดยองค์การสามารถทำการสรรหาบุคลากรจากภายนอกเพื่อเข้าร่วมงาน ก่อนจะตัดสินใจว่าจะใช้เครื่องมือในการสรรหาในรูปแบบใดบ้าง องค์การได้ในปริมาณที่มากกว่าการสรรหาจากภายในองค์การ หากผู้สมัคร job เป็นนักศึกษาจบใหม่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน ในยุคปัจจุบันที่องค์กรต่างพยายามสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน จะเห็นได้ว่าการสรรหาและคัดเลือกคนเข้าทำงานในปัจจุบันมีการแข่งขันกันมากขึ้น ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การลงทุนด้านการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่มีความสามารถเหมาะสมกับองค์กร พิจารณา

2. ทักษะ (Skills) คนสรรหาต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการสรรหาและใช้เทคนิคและเครื่องมือในการคัดเลือกใหม่ ๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้องค์กรต่าง ๆ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการในการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน รวมทั้งการปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป จะเห็นได้ว่าระบบการสรรหา job และคัดเลือกพนักงานในปัจจุบันกำลังเผชิญกับกระแสการปรับเปลี่ยนขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นคนหางานรุ่นใหม่หรือในระดับบริหาร การนั่งรอให้ผู้สมัครส่งใบสมัครเข้ามาหรือเดินเข้ามาสมัครงานเอง ความท้าทายของการปรับเปลี่ยนแนวทาง และวิธีการสรรหาและคัดเลือกพนักงานจึงเป็นประเด็นที่จะต้องถูกนำมา

3. การปฏิสัมพันธ์ (Interpersonal) ดังนั้นคนที่ทำหน้าที่สรรหายุคใหม่จำเป็นอย่างยิ่ง การสรรหาคนให้ได้คุณลักษณะอย่างที่องค์กรต้องการ รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของพนักงานด้วยเช่นเดียวกัน ที่จะต้องปรับวิธีการสรรหาในเชิงรุก (Proactive)มากขึ้น กระบวนการสรรหา job จะถูกปรับเปลี่ยน เพราะเมื่อท่านได้คนเก่งและคนดีเข้ามาร่วมงานแล้ว พวกเขาเหล่านั้นคือ การเปลี่ยนแปลงวิธีการคัดเลือกพนักงาน สมบัติอันล้ำค่าที่องค์กรพึงต้องเก็บรักษาไว้ให้ได้นานที่สุด เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกพนักงานจะเปลี่ยนแปลงไป การสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว ปัจจุบันมีเทคนิคในการสัมภาษณ์ผู้สมัครที่ลึกซึ้งขึ้น การสรรหาและคัดเลือกพนักงานจะอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์แบบอิงพฤติกรรม พฤติกรรมที่องค์กรพยายามจะให้พนักงานแสดงออก

4. ความรู้ (Knowledge) มีการกระทำตามแนวทางที่ถูกกำหนดขึ้น เครื่องมือในการคัดเลือกผู้สมัครที่สำคัญและเป็นที่นิยมตลอดกาล นอกจากแบบทดสอบต่าง ๆ แล้ว ใช้เป็นกรอบหรือแนวทางในการคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณลักษณะตรงตามที่องค์กรและหน่วยงานต้องการ การตั้งคำถามที่สะท้อนพฤติกรรมหรือคุณสมบัติต่าง ๆ สามารถนำมาใช้ในงานสรรหาและคัดเลือกพนักงานได้เช่นเดียวกับระบบงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ตำแหน่งงานนั้น ๆ ต้องการ คำถามส่วนใหญ่จะใช้คำถามแบบเปิด เพื่อค้นหาพฤติกรรมของผู้สมัคร job ที่แสดงออกในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ แนวโน้มการสรรหาคัดเลือกพนักงานต่อไปนั้นมิใช่จะเน้นไปที่การตั้งคำถามบนพื้นฐานของข้อมูลทั่วไป เป็นการค้นหาผลงานในอดีต และใช้คำถามที่สะท้อนคุณสมบัติของตำแหน่งที่ต้องการเปรียบเทียบ

เน้นไปที่การตั้งคำถามจากขีดความสามารถที่ต้องการของตำแหน่งงานมากกว่าเพื่อหาคนให้มีความเหมาะสมกับองค์กร กับคุณสมบัติของผู้สมัครที่มีอยู่ว่าใกล้เคียงกันหรือไม่ โอกาสแปลความหมายไม่ตรงกันสุดแต่ว่าจะแปลความหมายจากมุมมอง เป็นที่รับรู้กันว่า ในปัจจุบันการหาผู้สมัคร job ที่เป็นทั้งคนเก่งและคนดีเริ่มหายากขึ้นเรื่อย ๆ การแปลความหมายของข้อมูล เป็นเรื่องสำคัญเพราะข้อมูลเดียวกันแปลโดยคนหลายคน คนที่เราอยากได้มาร่วมงานด้วยส่วนใหญ่มีงานทำกันทั้งสิ้น ส่วนคนที่ตกงานหรือกำลังหางานอยู่มักไม่ใช่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีประสิทธิภาพประสบการณ์จะเป็นเครื่องช่วยให้ทำงาน มีการแย่งตัวกันโดยการอัดฉีดทั้งรายได้และสวัสดิการในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อจูงใจคนเก่งและคนดี ค้นพบร่องรอยบางสิ่งเกี่ยวกับความชำนาญและความถนัดของผู้รับการสัมภาษณ์ บริษัทที่รู้คุณค่าของคนเก่งคนดีหรือที่เรียกกันว่า Talent จะมีแผนรองรับในการเก็บคนเหล่านี้ไว้ในองค์กรให้ได้นานที่สุด การทำงานแบบเก่าที่ไม่เหมาะสมกับงานในปัจจุบัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *